เคตามีน

สารบัญ

ยาเคตามีนคือ

WHO ได้รับรอง เคตามีน (ketamine) ซึ่งในปัจจุบันได้ใช้เป็นยาสลบในทางการแพทย์ส่วนในกลุ่มผู้ที่ใช้เป็นยาเสพติดจะรู้จักในชื่อ “ยาเค” กระทรวงสาธารณสุขของเมืองไทยได้ออกกฎหมายควบคุมเป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ทางจิตและทางประสาท และมีความผิดตามกฎหมายประเภท 2 เคตามีนเป็นสาเคมีที่ใช้ในการรักษาที่โรงพยาบาลมานานเพื่อใช้เป็นยากล่อมนอน หรือสลบอ่อน โดยที่จะใช้ในลักษณะของการฉีดยาเข้าเส้นโลหิตผ่านไปสู่กล้าม หรือทางเส้นเลือดดำ ซึ่งจะออกฤทธิ์เร็ว เหมือนแอลเอสดี (LSD : lysergic acid diethylamide) และมีฤทธิ์เหมือนเฟนไซคลิดีน (phencyclidine,PCP) คือออกฤทธิ์ยับยั้งอาการปวด ยานี้จะมีผลให้เกิดภาวะ dissociative anesthesia ซึ่งมีลักษณะอาการเหมือน cataleptic stateเป็นทำให้หมดสติ หลับ ไม่ขยับเขยื้อน สูญเสียความจำ ไม่เจ็บ เคตามีนมีฤทธิ์กระตุ้นรูปแบบการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ความดันเลือดและก็อัตราการเต้นหัวใจบางทีอาจเพิ่มเล็กน้อย

ประวัติยาเคตามีน

ยานี้ถูกสังเคราะห์ได้ครั้งแรกเมื่อปี คริสต์ศักราช 1962 (พุทธศักราช 2505) เคตามีน (Ketamine) เป็นชื่อยาสามัญในกลุ่ม ยาที่เรียกกันในภาษาเภสัชกรรม ว่า NMDA N-Methyl-D-aspartic acid หรือ N-Methyl-D-aspartate ชื่อทางการค้าคือ เคตาลาร์ (Ketalar) หรือภาษาปากคือ ยาเค  เป็นสารที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทในสมอง receptor antagonist ถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์แท้ ๆ เลย โดยใช้เป็นยาสลบ มีชื่อเรียกในวงการแพทย์ว่า “KETAMINE HCL.” มีลักษณะเป็นผงสีขาว และน้ำบรรจุอยู่ในขวดสีชา อีก 2 ปีต่อมาได้ถูกนำไปทดลองใช้กับนักโทษในเรือนจำจนได้ข้อสรุปให้ใช้เป็นยาสลบได้ และถูกนำไปใช้กับทหารอเมริกันสมัยสงครามเวียดนามเป็นยาในกลุ่มยาสลบ ผู้รับยานี้จะไม่สลบแต่จะมีอาการไร้ความรู้สึกและอยู่ในภวังค์ มีฤทธิระงับปวด, ระงับประสาท และทำให้สูญเสียความทรงจำ ยานี้สามารถใช้รักษาอาการปวดเรื้อรังและยังอาจถูกใช้เป็นยาระงับประสาทในผู้ป่วยหนัก ยานี้ยังช่วยให้ระบบหายใจและหัวใจทำงานอย่างคล่องตัวขึ้น สามารถรับยานี้ได้โดยรับประทาน, สูดดม, ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หากฉีดเข้าหลอดเลือดจะออกฤทธิใน 5 นาทีและจะคงฤทธิไปราว 25 นาที

แหล่งผลิต

เนื่องจากเคตามีน (Ketamine) ถูกคิดค้นในปี พุทธศักราช 2505 และได้รับการจดทะเบียนเป็นยาสามัญขององค์การอนามัยโลก (WHO) ตอนนี้มีสถานะเป็นยาสามัญ ยานี้สามารถใช้เป็นสิ่งเสพติดเพื่อความบันเทิงดังนั้นในประเทศไทยจึงจัดเป็นยาควบคุมพิเศษตามพระราชบัญญัติยา แต่ก็ยังมีการลักลอบนำเข้า เคตามีน (Ketamine) แบบผิดกฎหมายเพื่อนำมาผลิตเป็นยาเสพติดล่าสุดมียาเสพติดชนิดใหม่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายราย และมีราคาเพียง 1200 บาท เท่านั้น ส่วนยาเสพติดที่กำลังเป็นข่าวอยู่ปัจจุบันนั้นชื่อว่า “เคนมผง” นั่นเอง เคตามีน (Ketamine) มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท จึงมีผู้นำไปใช้เป็นสิ่งมึนเมาในรูปแบบยาผง ด้วยกรรมวิธีผ่านความร้อน หรือผลิตในรูปแบบผงโดยตรงลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย นำมาเสพเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาจากฤทธิ์กดประสาท โดยเรียกว่าเป็น ยาเค และพบว่ามีการนำไปใช้ร่วมกับยาเสพติดประเภทอื่น เช่น ยาอี ยาไอซ์ โคเคน เฮโรอีน หรือ ดื่มแอลกอฮอร์ร่วมด้วย ผู้ที่นำไปใช้เสพติดจะสามารถเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้ เช่น มีอาการกดระบบประสาทรุนแรง ทำให้คล้ายคนเมา เดินเซ ไม่มีสติ กระบวนการทางความคิด การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภาพแสงสีเสียงเปลี่ยนแปลงไป ระบบการทำงานของหัวใจและการหายใจแปรปรวน มีการกดการหายใจ มีอาการทางจิต เช่น ฝันร้าย ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง

ยาเคในทางการแพทย์

วิธีการการออกฤทธิ์ของยาเคมีนคือตัวยาจะไปทำให้ระบบประสาทรับความรู้สึกในสมองและยับยั้งสารของระบบสื่อสารของระบบประสาทที่มีชื่อว่า กลูตาเมท (Glutamate) คือสารสื่อประสาทที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เซลล์สมองตื่นตัว ส่งผลให้เกิดการปรับสมดุลของสารสื่อประสาทและได้ฤทธิ์ของการสงบประสาท ระงับอาการปวด โดยมีระยะเวลาของการออกฤทธิ์ประมาณ 5 – 10 นาทีกรณีที่ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ หรือประมาณ 12 – 25 นาทีในกรณีที่ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ เป็นสรรพคุณดีๆ เมื่อเราเอาไปใช้อย่างถูกต้อง ยานี้ คนดีๆ เค้าเอายาเคตามีน ไปใช้เพื่อผลทางการแพทย์ดังนี้

  1. ใช้เป็นยาสลบในเด็กเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวและทำให้ง่ายต่อการสอดท่อช่วยหายใจ
  2. บรรเทาอาการหอบหืดในผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจตีบเรื้อรัง
  3. ใช้เป็นยาช่วยในการผ่าตัดฉุกเฉินในภาวะสงครามใช้บรรเทาอาการปวดหลังเข้ารับการผ่าตัดและช่วยลดการใช้ยามอร์ฟีน (Morphine)
  4. ใช้บำบัดอาการซึมเศร้าในโรคอารมณ์สองขั้ว(Bipolar depression)

เคนมผงคืออะไร

เคนมผง คือ เป็นสารเสพติดชนิดใหม่จะทำให้มีอาการตั้งแต่หายใจลำบาก ใจสั่นมาก ชัก และหมดสติได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานผลข้างเคียงจากการเสพยาเคในประเทศฮ่องกง ประเทศไต้หวัน และประเทศจีน โดยทำให้มีความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ผู้ที่เสพมีปัญหาเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังยาเสพติดชนิดหนึ่งนี้เกิดจากการนำยาหลายชนิดมาผสมเป็นผงปั่นละเอียดคล้ายนมผง ใช้กระบวนการสูดเข้าจมูก ลักษณะสุมหัวแบบนี้มีโอกาสเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อโควิด-19 ด้วยส่วนผสมที่บางทีอาจเจออาทิเช่น เคตามีน เฮโรอีน ยาไอซ์ โรเซ่ (ยาสลบ) และก็อาจมีสารประกอบของสารที่ใช้สำหรับเพื่อการประหารผู้ต้องขังด้วยเคนมผงจะมีผลต่อระบบประสาท มีลักษณะทางใจ หลอน กดการหายใจ แม้ใช้ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะมีโอกาสในการเสี่ยงเสียชีวิต

เคนมผง คือ เป็นสารเสพติดชนิดใหม่จะทำให้มีอาการตั้งแต่หายใจลำบาก ใจสั่นมาก ชัก และหมดสติได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานผลข้างเคียงจากการเสพยาเคในประเทศฮ่องกง ประเทศไต้หวัน และประเทศจีน โดยทำให้มีความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ผู้ที่เสพมีปัญหาเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังยาเสพติดชนิดหนึ่งนี้เกิดจากการนำยาหลายชนิดมาผสมเป็นผงปั่นละเอียดคล้ายนมผง ใช้กระบวนการสูดเข้าจมูก ลักษณะสุมหัวแบบนี้มีโอกาสเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อโควิด-19 ด้วยส่วนผสมที่บางทีอาจเจออาทิเช่น เคตามีน เฮโรอีน ยาไอซ์ โรเซ่ (ยาสลบ) และก็อาจมีสารประกอบของสารที่ใช้สำหรับเพื่อการประหารผู้ต้องขังด้วยเคนมผงจะมีผลต่อระบบประสาท มีลักษณะทางใจ หลอน กดการหายใจ แม้ใช้ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะมีโอกาสในการเสี่ยงเสียชีวิต

ราคาในท้องตลาด

ราคาเคตามีน (Ketamine) หรือยาเค ส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ประมาณกรัมละ 400 บาท ไปจนถึง 500 บาท ส่วนราคาของเคนมผงที่เป็นข่าวดังในระยะเวลาหนึ่งนั้นประมาณ 500-1,000 บาทต่อกรัม

วิธีเสพยาเคตามีน

ในทางการแพทย์ของการใช้เคตามีนก็คือกระบวนการดมยาสลบ ในรูปยาฉีดเข้าเส้นเลือดหรือเข้ากล้ามเนื้อ โดยมีฤทธิ์สงบประสาท รู้สึกเคลิบเคลิ้ม ระงับอาการปวด ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้หลับอย่างตื้นๆ ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ของร่างกายยังคงอยู่ และสามารถปลุกให้ฟื้นเป็นปกติได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงนิยมใช้ร่วมกับยาตัวอื่นในกระบวนการดมยาสลบ หรือระหว่างการทำหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เวลาไม่นานนักวิธีที่ใช้ในทางการแพทย์ของยาเคนั้นจะแตกต่างจากการใช้เพื่อเสพเคตามีน (Ketamine) หรือยาเค ที่ใช้เพื่อเป็นสารเสพติดมักจะเป็นที่นิยมของบุคคลที่มีรายได้ค่อนข้างสูงโดยวิธีการเสพนั้นจะนำยาเคมาทุบหรือบดด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ยาเคเป็นผงละเอียดโดยการเสพนั้นส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการสูดดมผ่านทางจมูกโดยใช้หลอดดูดน้ำเป็นอุปกรณ์การเสพ ทำให้เคลิบเคลิ้ม มึนเมา รู้สึกสนุกสนาน

อาการของการเสพยาเคตามีน

อาการข้างเคียง เคตามีน ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่นทำให้เกิดอาการฉงนงง เห็นภาพลวงตา ฝันกลางวัน หรือประสาทหลอน ซึ่งอาการเหล่านี้จะพบภายหลังที่ฟื้นจากสลบ ถ้าให้ทางหลอดเลือดดำจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กดการหายใจเล็กน้อย ไม่ควรใช้ในคนที่เป็นโรคจิต หรือโรคความดันโลหิตสูงการใช้ในทางที่ผิด ในปัจจุบันได้มีผู้นำเคตามีนไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อหวังฤทธิ์ในการหลอนประสาท (hallucination) โดยนำเคตามีนชนิดฉีดมาทำให้แห้งเหลือแต่ตะกอนสีขาว แล้วเสพโดยการสูดดม (snort) หรือสูบควัน (smoke) ซึ่งหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคจิตได้ (psychosis)

ข้อเสียของยาเคตามีน

ถึงแม้นักเสพจะใช้ยาเคเพื่อเพิ่มความสนุกสนานร่าเริง แต่ว่าด้วยฤทธิ์และก็ผลกระทบอันร้ายแรงของเคตามีน ทำให้ยาเคส่งผลร้ายที่เกิดอันตรายต่อสภาพร่างกายรวมทั้งจิตใจในหลายๆเรื่อง แล้วก็นี่เป็น 7 เรื่องอันตรายของยาเคที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อน

  1. อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจ

การใช้ยาเคในจำนวนมากจะก่อให้มีการขัดข้องสำหรับในการหายใจ (Respiratory depression) ซึ่งอาจก่อให้ระบบหายใจล้มเหลว แล้วก็บางทีอาจตายได้ ยิ่งกว่านั้นยังรีบอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ความดันสูงมากขึ้น

  1. อันตรายต่อระบบทางเดินปัสสาวะ

เนื่องมาจากฤทธิ์กัดเซาะของสารเคมี ที่ไหลผ่านไตแล้วก็ทางเดินปัสสาวะ นำมาซึ่งกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะมีเลือดไหล และก็มีลักษณะปวดขณะปัสสาวะ แม้กระทั้งคนที่ใช้ยาเคเป็นบางโอกาส ก็รายงานถึงลักษณะของการปวดขณะปัสสาวะ สำหรับคนที่เสพโดยตลอด ในเพียงแค่ไม่กี่เดือนกระเพาะปัสสาวะก็แทบถูกทำลายได้

  1. อันตรายต่อสมอง

ฤทธิ์หลอนประสาทของยาเคไม่เฉพาะแต่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพทางด้านจิตใจ แต่งานวิจัยชี้ว่าการใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอ มีผลต่อแนวทางการทำงานของสมอง ทำให้โรคสมองเสื่อม สูญเสียความจำ การรับทราบของโรคสมองเสื่อมถอยลง ซึ่งบางทีอาจกำเนิดได้อย่างยั่งยืน

  1. การเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติ

การเสพยาเคอย่างสม่ำเสมอนำมาซึ่งการทำให้กล้ามแข็งเกร็ง การเคลื่อนไหวของร่างกายก็เลยดำเนินงานไม่ใส่ผสานกัน กำเนิดอาการเดินเซ หกล้มได้ง่าย ซึ่งนี่ยังรวมไปการพูดและก็การมองมองเห็น ที่ทำใหกำเนิดอาการลิ้นแข็ง กล่าวไม่ชัดเจน และก็สายตาพร่าเลือนอีกด้วย

  1. ยาเคเสพติดได้ง่ายกว่าที่คิด

เพราะว่ายาเคจะมีฤทธิ์ค่อนข้างจะสั้น ผู้เสพก็เลยบางทีอาจที่จะเสพบ่อยๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่อได้สัมผัสกับภาวการณ์เมานานขึ้น ยิ่งใช้หลายครั้งก็ยิ่งทำให้ก้าวเข้าสู่การพึ่งพาอาศัยยา จนกระทั่งกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเสพติดได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

  1. การใช้ยาเกินขนาดเกิดขึ้นได้ง่ายมาก

ยาเคส่งผลต่อผู้ใช้ไม่เหมือนกัน และไม่สามารถเดาได้ว่าจำต้องใช้จำนวนเท่าใดเพื่อรู้เรื่องเมาเหมือนเดิม ก็เลยชอบนำมาซึ่งการใช้ยาเกินขนาดหรือโอเวอร์โดสได้ง่าย หรือบางคราวการใช้ยาเกินขนาดสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้ยาเคน้อย แม้ใช้ร่วมกับยาอื่นหรือแอลกอฮอล์

  1. คุณสามารถลงเอยด้วยการเป็นคนวิกลจริต

เมื่อใช้ยาเคตลอดเป็นระยะเวลานาน ฤทธิ์หลอนประสาทของยาเคสามารถทำให้ผู้เสพประสพกับสถานการณ์โรคทางจิต กระทั่งเปลี่ยนเป็นคนวิกลจริตได้สุดท้ายการเสพยาเคเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จะมีผลให้ผู้เสพทนต่อฤทธิ์ยา ทำให้จำต้องใช้ยาในจำนวนที่มากขึ้นถึงจะออกฤทธิ์เหมือนเดิม ก่อให้เกิดอันตรายได้ ด้วยเหตุว่าการใช้ยาเคในขนาดที่สูง จะก่อให้มีการคลื่นไส้ ชัก สมองรวมทั้งกล้ามขาดออกสิเจนได้ การใช้ยาเคในขนาดที่มากถึง 1 กรัมอาจจะก่อให้ตายได้ นอกเหนือจากนี้การใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจะมีผลให้มีการติดยาเสพติดอีกทั้งทางร่างกาย แล้วก็จิตใจ

ความผิดตามกฎหมาย

ยาเค (Ketamine) จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ที่ต่อจิตและประสาทในประเภทที่ 2 ตามพ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 โดยผู้ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาเสพ มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับกรณีครอบครอง ต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี – 5 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณีสำหรับผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท – 2,000,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2561 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีท้ายประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 108/2557 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เห็นชอบให้เพิ่มวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ได้แก่ คีตามีน เป็นยาเสพติดในบัญชีแนบท้ายประกาศ คสช. ดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องสงสัยว่ากระทําความผิดฐานเสพคีตามีน หรือเสพ และมีคีตามีนไว้ในครอบครอง ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม สามารถนำมาตรการทางเลือกในการบำบัดฟื้นฟู มาใช้แทนการลงโทษหรือการถูกดำเนินคดีได้ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 25 ก.ค. 2561 เป็นต้นไป

แนวทางการรักษา

การที่ผู้ที่ติดยาเคเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้บุคคลนั้นอยากที่จะเลิกใช้ยาเคก็ตาม เนื่องจากยาเคเป็นตัวที่จะไปเปลี่ยนสารในสมองที่จะทำให้แทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหยุดใช้ยาเคโดยไม่มีความช่วยเหลือจากทางด้านการแพทย์ การขจัดพิษยาเคเป็นอันดับแรกในกรรมวิธีการรักษา เพื่อยาถูกขับออกมาจากระบบของผู้ใช้ การหยุดใช้ยาเป็นกรรมวิธีการทำลายพิษยาซึ่งออกจะทรมาทรกรรม ทั้งยังทางร่างกายรวมทั้งจิตใจ ยิ่งไปกว่านี้ อาการทางจิตใจที่เกิดขึ้นในตอนการขจัดพิษยาที่อันตรายที่สุดก็คืออาการเซื่องซึมอย่างหนักช่วงของการขจัดพิษยาเคบางทีอาจใช้เวลาตั้งแต่ 72 ชั่วโมงไปจนกระทั่งนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์ อาการชอบเกิดขึ้นในตอน 24-72 ชั่วโมงข้างหลังยาโดสท้ายที่สุด แล้วก็จะอยู่นานขนาดไหนก็ขึ้นกับขนาดยาภายในร่างกายของผู้เสพ ระดับความรั้นยา ช่วงเวลาที่ใช้ รวมทั้งมีการใช้ยาอื่นร่วมด้วยหรือเปล่า

การบำบัดรักษาการเสพติดยาเคอย่างได้ผล

ถึงแม้ว่าการติดยาเสพติดเคตามีนจะเอาชนะได้ค่อนข้างจะยาก เพราะเหตุว่าโดยมากผู้เสพชอบมีโรคทางอารมณ์อันอื่นร่วมด้วย หรือมีการใช้ยาอื่นๆแต่ว่าก็ยังมีทางเลือกที่มีคุณภาพสำหรับการรักษา มีอีกทั้งการบำบัดความนึกคิดและก็พฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy – CBT) ในแบบอย่างการบำบัดรายบุคคลและก็การบำบัดแบบกลุ่ม หรืออาจมีการใช้ยาเพื่อรักษาอาการทางด้านจิตเวชที่เป็นโรคร่วมด้วย ซึ่งบางทีอาจจำเป็นต้องใช้เวลาการดูแลและรักษาตั้งแต่ 28 วันไปจนกระทั่งนับเป็นเวลาหลายเดือนก็ได้ โดยการรับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมือโปร นับว่าเป็นวิธีที่เยี่ยมที่สุด ที่จะให้มั่นใจถึงการบรรลุเป้าหมายสำหรับเพื่อการฟื้นฟูผู้เสพ